Ads 468x60px

Featured Posts

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

เตาพลังงานชีวมวลพกพา



obo Wood Stove (Gasification stove) เตาBiomass เตาพลังงานชีวมวลพกพา




เตาBiomass เตาพลังงานชีวมวลพกพา
พลังงาน(เกือบ) เกือบไร้ขีดจำกัด
               สวัสดีครับ Prepper ทุกท่านกลับจากสงกรานต์แล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ มีเรื่องแผ่นดินไหว วันที่ 11เมษายน มาให้เขย่าขวัญกันอีกแล้ว แต่ก่อนแผ่นดินไหวกับคนไทยยังไม่คุ้นกันสักเท่าไหร่นะครับ จนหลังเกิดซึนามิทางใต้และที่ญี่ปุ่นเป็นต้นมา ผมว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องการเตรียมพร้อมภัยพิบัติกันมากขึ้นครับ เห็นได้ว่าร้านขายอุปกรณ์แคมป์ปิ่งเริ่มมีการจัดชุด Survival Kitให้ลูกค้ากันเยอะเลย ซึ่งในชุดก็ประกอบไปด้วย เต๊นท์ เครื่องประกอบอาหาร เตาสนาม ชุดกรองน้ำ และอีกมากเท่าที่ทางร้านจะจัดจำหน่ายอยู่ ผมก็เห็นดีด้วยครับที่ Prepper ชาวไทยจะมีชุดSurvival Kit กันทุกๆบ้าน ทุกๆคนสนับสนุนให้จัดชุดแบบนี้กันเยอะๆครับ
ความสูงที่เหมาะสมในการวางหม้อคือ สูงจากเปลวไฟราวๆ 1 นิ้ว
               กลับมาที่เรื่องที่นำมาฝากกันในวันนี้ครับ ผมได้เปิดเวปไซท์ของต่างประเทศที่มีการพูดคุยกันเรื่อง Sustainable Survival (การยังชีพในระยะยาวซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มากๆสำหรับพวกเรา มันเริ่มจากว่า หากเกิดภัยพิบัติอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติหรือมนุษย์ แล้วโลกที่เราอยู่นั้นมันไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว ระบบไฟฟ้าล่ม ประปาล่ม ขาดความช่วยเหลือเป็นเวลานานๆ หรือมันไม่มีใครมาช่วยเราอีกแล้ว มันจะเป็นอย่างไร (นึกถึงหนังซอมบี้ที่กลุ่มคนต้องเอาตัวรอดกันเองเป็นชุมชนเล็กๆเราลืมชุด BOB ไปได้เลยครับ เพราะอาหารก็จะหมด น้ำมันเชื้อเพลิงหมด ถ่านไฟฉายที่เตรียมมาก็หมด เหลือให้ใช้ได้ไม่กี่อย่างใน set เท่านั้น ทีนี้ต้องหาอาหารธรรมชาติ หรือปลูกผักปลูกพืชกินเอง แต่แล้วก็มีคนแนะนำเรื่อง เทคโนโลยีเตาที่ใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงขึ้นมา เพราะในระยะยาวนั้น เราสามารถหาไม้ได้ง่ายกว่าน้ำมัน หรือแก๊สกระป๋องมากครับ ทีนี้การทำให้ไม้นั้นนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องมีเทคนิคนิดหน่อย โดยใช้เทคโนโลยีแสนง่ายที่ชื่อGasification หรือ การแปลงสภาพเป็นแก๊สของไม้ฟืนที่นำมาเป็นเชื้อเพลิงนี่เอง มันเป็นยังไงมาดูกัน
จะเห็นได้ว่ามีไฟพุ่งออกมาจากบริเวณ Gas vent hole เหมือนกับเตาแก๊ซหุงต้มตามบ้านเลยครับ
               
Gasification กับ Biomass
               วิชาการกันสักนิดนะครับแล้วจะเข้าใจว่ามันต่างจากก่อกองไฟธรรมดายังไง ผมขอพูดถึงไบโอแมสก่อน Biomass หรือชีวะมวลหมายถึงพลังงานที่ถูกเก็บในรูปของสารอินทรีย์ที่อยู่ในธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ชานอ้อย แกลบ ซึ่งพลังงานชีวะมวลนั้นสามารถนำมาแปรรูปให้เป็นพลังงานความร้อนได้โดยการให้ความร้อน หรือแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้แบบ ไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืช เป็นต้น งานนี้ Biomass ก็คือฟืนนี่เอง
หลักการทำงานของเตา Gasification คือทำให้อากาศเย็นเข้าผสมกับแก๊ซร้อนที่กลั่นตัวออกมาจาก Gasification Zone ที่บริเวณ Gas Combustion Chamber ครับ
               ส่วน Gasification คือการเปลี่ยนสภาพสถานะของ Biomass จากของแข็งให้เป็นก๊าซไวไฟ อย่าง คาร์บอนมอนน็อกไซ และ มีเทน เป็นต้น ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้ความร้อน แต่มันแตกต่างจากการเผาไหม้(Combustion) โดยสิ้นเชิง เพราะการเผามีกระบวนการเดียวจำได้ไหมครับที่เคยบอกไว้ในเรื่อง Tinder  และหารเลือกใช้   ไฟ คือ เชื้อเพลิง+อ็อกซิเจน+ความร้อน ซึ่งเป็นการทำปฏิกริยาเพียง 1 ขั้นตอน แต่การ Gasification มีสองขั้นตอนคือ ความร้อน+เชื้อเพลิง ทำให้ปลดปล่อยก๊าซไวไฟออกมา แล้วก๊าซจะนำไปใช้งานต่อในเครื่องจักรอื่นๆ หรือปั่นเครื่องเทอร์ไบน์ หรือผสมกับอ็อกซิเจนกลายเป็น ไฟที่เผาไหม้ได้หมดจด มลภาวะต่ำ(เพราะถูกเผารอบที่สองและใช้เชื้อเพลิงได้ประหยัดกว่าครับ
               เตา Gasification จึงถูกออกแบบมาใช้งานครับ มันมีขนาดเล็กและให้ความร้อนได้มีประสิทธิภาพกว่าการก่อกองไฟปรกติประหยัดเชื้อเพลิง และสะอาดมีควันน้อยกว่าหรือแทบไม่มีเลยครับ ขั้นตอนการทำผมไม่ได้ถ่ายไว้แต่จะอธิบายโดยละเอียดนะครับ ไม่ได้ทำยากเลย
               อุปกรณ์
               1.กระป๋องอลูมิเนียมขนาดใดก็ได้ ผมใช้ขนาด 4 นิ้ว ใช้กระป๋องนมก็ได้ ขอให้มีความสูงกว่า 5-6 นิ้วขึ้นไป
               2.กระป๋องอลูมิเนียมอีกใบที่มีขนาดเล็กกว่าใบแรก 2 นิ้ว นี่คือส่วนเผาไหม้หลัก
               3.สว่านกับดอกขนาด 8 มม. หรือ มีดปลายแหลม
               ขั้นตอน
แค่นี้เองครับรายการอุปกรณ์ตัวอย่างนี้ผมใช้เพียงมีดเล่มเดียวกับกระป๋องผงกาแฟสองไซส์กับมีดเล่มนึง จำลองสถานการณ์ว่าเป็นของที่เก็บได้จากกองขยะ และมีอุปกรณ์เพียงมีดพับ ขั้นตอนไม่รู้จะอธิบายยังไงครับ ดูในภาพได้เลยครับ เคล็ดลับคือ รูที่เจาะนั้นควรมีความสมมาตรกัน แบ่งครึ่งกระป๋องและเจาะให้เท่าๆกันรอบด้าน และสม่ำเสมอครับ หากทำได้ถูกต้อง เราไม่จำเป็นต้องใช้อะไรในการยึดให้กระป๋องเล็กมันยึดกับกระป๋องใหญ่เลยครับ ตัดช่องให้พอดี แล้วมันจะยัดลงไปแน่นสนิทดี
ส่วนประกอบของ Gasification Stove มีเท่านี้เองครับ
งอลิ้นที่ตัดออกมาให้เป็นตัวล็อกไม่ให้ Inner STOVE หลุดเข้าไปครับ 

               การใช้งาน
               ให้เราแบ่งไม้เป็น 3 ขนาดครับ ขนาดแรกใหญ่สุดขนาดสักหัวแม่มือ ไว้ใช้ใส่เป็นไม้เชื้อเพลิงหลัก เรียงในแนวตั้งในกระป๋องด้านใน 4-5 แท่งก่อนพอหลวมๆ ขนาดต่อมาเล็กสักครึ่งหนึ่งใส่ในช่องว่างและหักวางตามขวาง สำหรับวางเชื้อไฟ และสุดท้ายเชื้อไฟจะใช้ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง หรือไม้ซี่เล็กๆก็ได้วางสุมๆกันตามขวาง อย่าให้แน่นเกินนะครับ เดี๋ยวอากาศไม่ผ่านไฟจะไม่ติด

               เสร็จแล้วจุดไฟได้เลยจากด้านบนครับเราจะให้มันลามลงด้านล่าง คราวนี้ผมได้ใช้ Tinderหมายเลข 5 ซึ่งเคยลงวิธีทำให้แล้วนะครับใน(วิธีการทำเชื้อไฟสำเร็จรูปที่ดี  How to make a good instance tinder)  มาฉีกๆออกให้เห็นเส้นใยเล็กๆ แล้วจุดแท่งจุดไฟใส่ เส้นใยเหล่านี้พอโดนประกายไฟจับมันจะลุกติดอย่างรวดเร็ว และอยู่ได้ 2-3 นาที ไม่ต้องรีบครับ ค่อยๆเลี้ยงไฟไปเรื่อยๆจนไม้ฟืนหลักของเราติดไฟพอความร้อนได้ที่แก๊สจะถูกขับออกมาจากเชื้อเพลิงเห็นเป็นควันขาวๆ (ก๊าซไวไฟมันถูกดูดลงไปด้านล่างไม้ และไฟมันจะลุกออกมาจากช่องด้านบนที่เจาะไว้ให้อากาศเข้ามาผสม นั้นคือการเผาไหม้ครั้งที่สองของปฏิกิริยา Gasification ครับ ตอนนี้วางหม้อทำอาหาร ต้มน้ำ หรืออะไรตามสะดวกได้เลย ระหว่างนี้จะเร่งไฟก็เติมฟืนได้ตามสะดวกครับ หากหม้อขนาดใหญ่มากก็หาที่พักหม้อไว้ด้วยครับ ให้หม้อสูงกว่าเตาราวๆ 1 นิ้ว จะเป็นระยะที่ไฟมีความร้อนสูงสุดครับ หากวางชิดไฟไป ควันขาวจะกลับมา และไฟจะดับได้
Ferro rod กับ Tinder No.5 


               เตาแบบนี้มีข้อดีคือ ใช้งานง่าย หาฟืนเอาดาบหน้า หรือจะเก็บตามทางไปเรื่อยๆ จัดเก็บพกพาได้สะดวก จะสร้างเอาใหม่ก็ได้จากวัสดุที่มีก็ได้ และไม่ต้องบำรุงรักษาเลย หรือ ทำขนาดเล็กๆใส่ห่อยัดลงกระเป๋ายังชีพก็ยังไหว ไม่ต้องคอยพกน้ำมัน กระป๋องแก๊ส และคอยพะวงว่าเมื่อไหร่น้ำมันจะหมด แล้วเตาที่ซื้อมาแพงๆก็จะกลายเป็นเศษเหล็กทันที
               จะเห็นได้ว่า ขี้เถ้าที่เกิดจากการเผาไหม้แบบ Gasification นี้จะมีน้อยมากๆ ครับ เพราะมันถูกเผาด้วยความร้อนสูง และหมดจด เป็นเตาที่สร้างง่าย ประหยัดเชื้อเพลิง หาเชื้อฟืนได้เรื่อยๆไม่จำกัด และใช้อุปกรณ์แสวงเครื่องที่หาได้ทั่วไป สมกับเป็นอุปกรณ์ยังชีพยั่งยืน(Sustainable Survival) สำหรับชาว Prepper จริงๆครับ ทำเป็นเล่นไปนะครับ ระบบGasification เดียวกันนี่แหล่ะ เอาไปสร้างเครื่องปั่นไฟ Biomass และ รถยนต์พลังฟืนBiomass กันสำเร็จมาแล้ว เจ๋งมากๆครับ น้ำมันไม่มีมันไม่ง้อเลย เข้าป่าตัดฟืนมาเติมเตารถก็วิ่งต่อได้เลย แจ่มจริงๆเทคโนโลยีนี้
หากกระบวนการเผาไหม้ถูกต้อง เราจะจุดไฟได้จากด้านบนของเชื้อเพลิงครับ ความร้อนจะถูกดูดลงไปเผาไหม้เอง ไม่ต้องจุดจากข้างล่างขึ้นมาเลย

               Trick การเลือกไม้ทำฟืนนั้นสำคัญครับ ควรเลือกไม้แห้งสนิท ที่ไม่ชื้นมากเกินไป และมีหลายๆขนาด ไม้ที่เนื้อแข็งมากๆ นั้นติดไฟยาก แต่รักษาความร้อนได้นาน กว่าไม้เนื้ออ่อนครับหากจำเป็นให้เก็บไม้ชื้นที่สุดไว้เป็นเชื้อเพลิงที่หลังตอนที่เตาร้อนเต็มที่แล้วครับ 

Credit By WWW.Thaiprepper.Co
m

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ซางหม่นกับซางนวล อันไหนน่าจะดีกว่าครับ

ปลูกไผ่ ขายลำไผ่กันเถอะ เอาข้อมูลมาแชร์กันครับ
<< < (225/1052) > >>
sonngan:
ซางหม่นกับซางนวล  อันไหนน่าจะดีกว่าครับ 
sixtycrown:
    ซางนวล ซางหม่น มีอนาคตดีทั้งคู่
  ไผ่ ซางหม่น คุณ เจอร์ราด และลุงสมจิต ได้มาตีปี๊บ ว่าไผ่ตัวนี้ผลิต เฟอร์ไม้ไผ่ส่งออก ระดับชุดละหลักหลายหมื่น หรือ หลักแสนต่อชุดใช้ไม้ไผ่ซางหม่น เลยทำให้ไผ่ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน มีคนสนใจปลูกกัน เขาว่าลำสวยๆ แก่ได้ที่ ซื้ิอ 300 บาทต่อลำ เอาไปทำเฟอร์ไม้ไผ่ บ้านน็อคดาวน์ไม้ไผ่ ลำเปลา ตรง มีนวลสวยงาม กออายุ 10 ปีขึ้น สมบูรณ์ดีขนาดลำ 4 นิ้ว ยังมีเลย
   คุณลุงสมจิตร ได้แยกสายพันธุ์ว่า เก็บ มาตรงไหน ตั้งชื่อให้ เช่น ซางหม่นดอยนาง ซางหม่นดอยเชียงดาว ซางหม่นตาบอด ซางหม่นเสียดฟ้า ราคาต้นพันธุ์ที่จะเอาไปปลูก ก็ว่ากันเกิน 400 บาทต่อต้น
   เนื้อไม้จะไม่สอบง่าย หัวท้ายค่อนข้างเสมอ ลำแกร่ง ข้อไม่โปน ทำให้ทำเฟอร์ง่ายมาก
   ซางนวล เป็นไผ่ที่ไม่มีความต่างกันกับซางหม่น เวลาเอาไปทำตะเกียบ ไม้จิ้ม เขารับซื้อไผ่ซางทุกพันธุ์ราคาเดียวกัน ตัวนี้มีเมล็ด ลงทุนสร้างสวนไผ่ด้วยต้นทุนต่ำ อายุยืน
   ผมผ่านตรงอุตรดิตถ์ วิทยุชุมชนโฆษณาขายพันธุ์ไผ่ซางนวล โทรไปถามเขาบอกว่าเป็นตัวเดียวกันกับซางหม่น จริงๆผมเรียนรู้มาว่าคนละตัว ชื่อวิทย์ ซางหม่น Dendrocalamus sericeus ชื่อวิทย์ ซางนวล Dendrocalamus membranaceus
   ไผ่ซางนวล ใบฝอยๆคล้ายไผ่รวก หน่ิอ สีส้มแดง ไผ่ซางหม่น ใบใหญ่กว่า หน่อ เขียวปนม่วง เขียวๆนำ
   อนาคตดี ผมว่าควรปลูกทั้งคู่ หากปลูก ไผ่ซางหม่น ต้องต้นตอน ปักชำ ไม่มีเมล็ด
     แต่ซางนวล มีเมล็ดให้เลือกปลูก ซางนวลก็ดี แกร่ง ทนแล้งได้ดีกว่า ซางหม่น

       ไผ่ซางนวล ซางหม่น เหมือน พระเพื่อน พระแพง สองสาวพี่น้องกันที่งดงามไม่ด้อยกว่าใคร จนพระลอต้องรักทั้งคู่ ครับ
ผมว่า คุณน่าจะเป็นเหมือนพระลอ นะครับ รักทั้งสองเลย
konpa:
  มาแล้วครับ รูปไผ่ดำ

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Hotavidol.blogspot

List